แต่งบ้านอย่างไรดีให้สะอาด ปลอดโปร่ง

How to แต่งบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาดตา สบายใจ

แต่งบ้านอย่างไรดีให้สะอาด ปลอดโปร่ง

บ้านนับป็นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่ก็มักจะอาศัยอยู่ภายในบ้านของตัวเองเป็นหลัก ถึงแม้ว่าจะไปเที่ยวหรือไปทำงานที่ไหนมาก็ต้องมีการกลับบ้านตัวเองอย่างแน่นอน และนอกจากความน่าอยู่ความสวยงามของบ้านที่มาจากภายนอกแล้ว สิ่งที่อยู่ภายในบ้านนั้นก็ต้องสามารถเป็นแหล่งของความสบายตาสบายใจได้อีกด้วยเช่นกัน

ซึ่งความสะอาดภายในบ้านนับเป็นความสบายกายสบายใจอย่างหนึ่งที่ใครหลายหลายคนนั้นต้องการ ในวันนี้เราเลยจะมาแบ่งปันทริคของการแต่งบ้านให้ปลอดโปร่ง มีความสะอาดตา สบายใจ ที่จะสามารถเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านของคุณนั้นให้น่าอยู่มากกว่าเดิม

แต่งบ้านอย่างไรดีให้สะอาด ปลอดโปร่ง

1. ฝุ่นละออง ดองไว้ไม่ดี

สิ่งแรกเลยที่จะต้องเอาออกไป ถ้าอยากให้บ้านมีความปลอดโปร่ง สะอาดตา สบายใจ นั่นก็คือฝุ่นละออง เราควรหมั่นทำความสะอาดเช็ด ปัด กวาด ถูอยู่บ่อย ๆ เพื่อให้ฝุ่นละอองที่บ้านนั้นไม่เกิดขึ้น สามารถสบายตาได้ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสะอาดได้ทั้งภายใน ดีต่อตัวเราเองและสมาชิกภายในบ้าน

หรือหากกำลังจะสร้างบ้าน ข้อแนะนำให้ลดพวกซอกหรือช่องเล็กต่าง ๆ ที่ฝุ่นนั้นจะสามารถเข้าไปอยู่ได้เพราะเป็นการยากที่เราจะทำความสะอาดในซอกหลืบ หากว่ากำลังจะสร้างบ้านใหม่ก็ให้ลดในส่วนนี้ออกไปตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่าเพื่อความสะดวกและความสะอาดในระยะยาว ได้บอกลาเรื่องของฝุ่นละอองในซอกเล็ก ๆ แล้วมาทำความสะอาดในพื้นที่ใหญ่ ๆ พท้นที่กว้างแทน ที่ให้ความสะดวกในการปัดกวาดเช็ดถู

หรืออรกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ของการลดฝุ่นละออง คือการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองฝุ่นละอองบริเวณหน้าบ้าน ก็ทำให้บ้านสดชื่นและช่วยลดฝุ่นละอองไปในตัวได้อีกด้วย

2. กลิ่นที่พึงใจ

กลิ่นถือว่ามีความสำคัญในเรื่องของการอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครที่ไม่ชอบกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม บนรถหรือในบ้านหรือแม้แต่ในห้าง เราทุกคนล้วนชอบกลิ่นของความสะอาดที่เป็นกลิ่นหอม

ในปัจจุบันจึงมีสเปย์ลดกลิ่นอับหรือน้ำหอมภายในบ้านขายอยู่อย่างเต็มมากมาย ในส่วนนี้เราก็สามารถหาซื้อกลิ่นที่ชอบเอามาตั้งไว้ภายในบ้านก็ได้เช่นกัน เพื่อลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไป หรือถ้าไม่อยากซื้อน้ำหอมติดบ้าน ก็สามารถที่จะดูแลความสะอาดในจุดต่าง ๆ ได้ อย่างเช่น ดูแลบ่อพักขยะอย่าให้เกิดการอุดตัน, ควรทิ้งขยะในภาชนะที่ปิดมิดชิด, หรือทิ้งตามเวลาที่รถเก็บขยะมารับไปเพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมจนส่งกลิ่นเหม็นเน่า 

ส่วนภายในบ้านก็ควรหมั่นตรวจสอบกลิ่นจากท่อน้ำทิ้งต่าง ๆ เช่น ท่อระบายน้ำทิ้ง จากซิงค์ในครัว ซึ่งไม่ควรมีเศษอาหารมาอุดตันหรือกลิ่นจากห้องน้ำที่เกิดจากชักโครก ควรตรวจสอบว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ หมั่นทำความสะอาดและติดตั้งพัดลมดูดอากาศก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง

3. แสงส่อง

แสงถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้บ้านของคุณนั้นได้มีความรู้สึกถึงความปลอดโปร่ง ไม่มืดทึบ เมื่อมีแสงส่องเข้ามาก็จะเปลี่ยนบรรยากาศบ้านของคุณให้น่าอยู่ขึ้นได้ เราจึงควรออกแบบมุมหลักที่ใช้งานของบ้านอย่างห้องนั่งเล่น ให้เป็นกระจกมีแสงส่องเข้ามา หรือการหันหน้าห้องไปทางทิศตะวันออกก็ทำให้ได้รับแสงยามเช้า เป็นต้น

และนอกจากนี้แสงสว่างที่เพียงพอช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำให้บ้านไม่อับชื้น ทิศทางการเปิดรับแสงภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ เช่น นอกจากนี้วัสดุที่เลือกใช้ภายในบ้านก็ไม่ควรมองข้าม

4. วอนลมพัดพา

ลมช่วยระบายอากาศและสร้างสภาวะน่าอยู่ได้เป็นอย่างดี การออกแบบช่องลมในบ้านจึงมีความสำคัญมาก ทิศทางลมที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวบ้านต้องมีทางให้เข้า-ออก ดังนั้นช่องลมควรอยู่ตรงกันหรือเยื้องกัน นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงทิศทางลมประจำฤดูด้วย

5. ไม่มีเสียงรบกวน

เสียงนั้นก็ถือว่าเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้บรรยากาศของบ้านไม่สบายได้เช่นกัน หากเป็นเสียงที่ทำให้รบกวนหรือมีความดังมากเกินไป จนเกินความจำเป็น สิ่งนั้นนับว่าเป็นมลพิษทางเสียง ซึ่งสามารถรบกวนการอยู่อาศัยได้ไม่น้อยเลย นับเป็นปัญหาใหญ่ที่เข้ามาขัดจังหวะความสงบภายในบ้าน

วัสดุกรุที่ดีจะช่วยดูดซับเสียงทำให้บ้านเงียบและกันความร้อนไปในตัว หากใช้กระจกนิรภัยซึ่งเป็นกระจกสองแผ่นคั่นกลางด้วยพีวีบี (Polyvinyl Butyral) ที่มีคุณสมบัติเหนียวและทนทานจะช่วยลดอันตรายจากรังสียูวีและคลื่นเสียงความถี่สูงได้ หรือใช้กระจกฉนวนกันความร้อนหรือกระจก Low-E ที่ทำจากกระจกสองแผ่นประกบกัน โดยมีอะลูมิเนียมซึ่งบรรจุสารดูดซึมความชื้นหรือก๊าซเฉื่อยคั่นกลาง ด้านนอกนิยมใช้กระจกเทมเปอร์เพื่อช่วยสะท้อนแสงได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงใช้วัสดุสร้างบ้านแบบเดิมแต่คูณสองเข้าไปก็ช่วยเก็บเสียงได้อีกทาง

6. มุมของสัตว์เลี้ยง

หลายหลายคนรักสัตว์ รักหมา รักแมว แต่สัตว์เลี้ยงเหล่านี้มักจะเป็นตัวดีที่ทำให้บ้านมีความวุ่นวายและไม่สะอาดท่าที่ควร เราจึงควรจัดมุมของสัตว์เลี้ยงเอาไว้โดยเฉพาะให้เป็นหลักเป็นแหล่ง ฝึกให้ทำกิจกรรมเป็นบริเวณ ๆ ไป เพื่อช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้ได้สะดวก 

รวมถึงสัตว์ที่เราไม่ได้อยากเลี้ยงแต่มาเองอย่างยุง หนู หรือแมลงต่าง ๆ ก็ควรออกแบบพื้นที่ให้มิดชิด ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ตู้ควรมีหน้าบานปิดมิดชิด และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง

บอกลาความมืดทึบ อึมครึม

เพราะความสะอาดถือเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่แพ้กับความสวยงามที่เห็นได้จากรูปลักษณ์ภายนอก เพราะเมื่อมีการอยู่อาศัยแล้วจะต้องมีความสบายทั้งกายและใจ การมีบ้านที่สะอาดและปลอดโปล่งจะช่วยให้การอยู่บ้านของคุณนั้นมีความสุขได้มากยิ่งขึ้น เหมือนได้รับการผ่อนคลายอยู่ตลอดเวลาเป็นการพักผ่อนที่แท้จริง

Categories: Decorations, Home & Living